June 27, 2022
Breaking News

ชำแหละเกมแดงเดือด แมนยูพ่ายลิเวอร์พูล

เกือบ 40 ปี แทบไม่เคยเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้คู่ต่อสู้ของตนเอง ทั้งในบ้านและก็นอกบ้านแบบหมดรูป ราบคาบขนาดนี้มาก่อน

แมนยูพ่ายลิเวอร์พูล

ด้วยภาวะทีมที่ไม่สมประกอบ ปราศจากตัวสำคัญอย่าง ราฟาแอล วาราน, ลุค ชอว์, สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด และก็ เอดินสัน คาวานี่ ที่ยังไม่หายเจ็บ  เฉพาะอย่างยิ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ไม่ได้รับอนุญาต จากภาวะจิตใจ ให้ลงสนาม เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันอย่างลิเวอร์พูลผู้อหังการที่ตัวผู้เล่นสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง ฟอร์มการเล่นก็เปล่งปลั่ง แล้วไหนจะความตั้งใจและก็ทุ่มเทที่สูงเกินพิกัดเก็บ

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงออกมา ราล์ฟ รังนิค เอาสูตร ‘หลังสาม’ มาใช้จริงๆ

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

ฟิล โจนส์ ที่ไม่ได้ลงมานานโดนจับไปบวกกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และก็วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ประชิดข้างด้วย ดิโอโก้ ดาโลต์ กับ อารอน วาน-บิสซาก้า มิดฟิลด์ กึ่งกลางมีตัวรับอย่าง เนมานย่า มาติช รวมทั้ง ปอล ป๊อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ทิ้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นกองหน้า โดยให้ แอนโธนี่ อีลันก้า เป็นตัวช่วย อย่างนี้ก็เข้าใจว่าน่าจะเล่นเกมรับเต็มรูปแบบ เนื่องจากเหตุการณ์มันบังคับให้จำเป็นต้องเล่นอย่างนี้  ราล์ฟ รังนิค จัดตัวผู้เล่นแบบเน้นเกมรับ แต่ผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไม่ได้ลงไปเล่นเกมรับ แถมเล่นเกมรับกันไม่เป็น แทนที่จะถอยมาตั้งรับลึกๆเพื่อปิดช่องว่าง ไม่เปิดพื้นที่ให้ทีม ที่เกมรุกรวดเร็ว กลับพุ่งเข้าพบคู่ต่อสู้แบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง  เพราะว่าลิเวอร์พูล ต่อบอลกันเร็วทันใจและก็แม่น ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เพรสส์กันไม่เป็น ช่วงหลัง กุนซือผู้ครอบครองสมญา ‘เดอะ โปรเฟสเซอร์’ พยายามต่อสู้ด้วยการปรับระบบการเล่นเป็น 4-2-3-1 โดยถอดเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง ฟิล โจนส์ ออกไปแล้วใส่ เจดอน ซานโช่ เข้ามาแทน  อาการดีขึ้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อต่อบอลกันได้นานขึ้น และพอทำเกมรุกได้บ้าง จุดหนึ่งเพราะว่า ลิเวอร์พูล ผ่อนเกมของตัวเอง เนื่องด้วยนำห่าง 2-0 แต่เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่มีความดุเดือด วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ก็ส่งบอลยัดให้เพื่อนที่ถูกเกาะติดติดแถมจ่ายไม่ตรง ผลคือถูกฉกไปยิง 3-0  แฮร์รี่ แม็กไกวร์สวิตช์บอลแบบไม่มีความจำเป็น นอกจากจะโด่งเกินไปแล้วยังย้อนหลังอีกด้วย จบเกม โดนกะซวกไป 4-0 รวม 2 นัด 9-0